ก่อนเล่น Poker มาทำความรู้จัก Fold Equity กันก่อนดีกว่า

ก่อนเล่น Poker มาทำความรู้จัก Fold Equity กันก่อนดีกว่า

“ถ้าคุณจะรับมือ Bet ด้วยการ Call – คุณเลือก Bet เองดีกว่า”

วลีนี้ใช้ได้จริงเสมอ เพราะการ Bet ทำให้คุณมีโอกาสชนะในทั้ง 2 กรณี

– คุณมีมือที่ดีสุดตอน Showdown

– คุณชนะทันทีเมื่อคู่แข่ง Fold

Fold Equity คือโอกาสที่จะทำให้คู่แข่ง Fold หรือพูดในทางเทคนิค ถ้าคุณคิดว่าคู่แข่งน่าจะหมอบสัก 20% ณ ตอนที่ Pot มีอยู่ $200 เท่ากับคุณมี Fold Equity $40 อย่างไรก็ตาม อาจบอกได้ว่ามันคือการนำการคาดการณ์ใส่ลงไปในความเป็นจริงและทำให้คู่แข่ง Fold ดังนั้นเราจึงควร ก่อนเล่น Poker มาทำความรู้จัก Fold Equity กันก่อนดีกว่า

FOLD EQUITY กำหนดทุกอย่างในโป๊กเกอร์

ถ้าคุณได้ดูการแข่งโป๊กเกอร์ Highest-Stake เป็นประจำ จะเห็นว่า Fold Equity เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางเกม ผู้เล่น High-Stake มักจะช่ำชองในการอ่าน Range ของคู่แข่ง

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ควรระวังไม่ใช่ว่าทุกสิ่งขึ้นอยู่กับ Fold Equity เพียงอย่างเดียว คุณจะต้องมี Hand-Reading Skills ที่ยอดเยี่ยม และทางที่ดีควรใช้เทคนิค Semi-Bluffs มากกว่าการ Stone-Cold Bluffs

มาดูตัวอย่างกัน หากคุณกำลัง Flush Draw และใช้ Fold Equity ในการตัดสินใจที่จะ Call – Fold หรือ Raise

ถ้าคุณเล่นในเกม $1/$2, Stack 200 คุณมี A♠A♠ ในตำแหน่ง Cutoff คู่แข่ง Limp มาจาก Early Position คุณ Bet $10

Flop เปิดเป็น 7♠J♣Q♦คู่แข่ง Bet $15 จากที่คุณดูคู่แข่ง เขาอาจจะมีไพ่คู่ Jack หรือ Queen หรือไพ่ที่อ่อนแอก็ได้ คุณจะทำอย่างไร คุณยังไม่มีไพ่ที่ดีที่สุดตอนนี้ แต่ด้วย Overcard และ Gut-Shot (รอไพ่ตรงกลางเพื่อมาเรียง) Call ไม่ใช่ทางเลือกของคุณ และคุณต้องเลือกระหว่าง Raise หรือ Fold

เมื่อพิจารณาแล้ว คุณ Raise มาใน Pre-Flop หากคุณ Raise อีกในรอบ Flop คู่แข่งจะเข้าใจว่าคุณมีไพ่ที่แข็งแกร่งมาก ถึงแม้ว่าคุณจะ Weak Draw ก็ตาม นี่เป็นโอกาสที่คุณจะ Semi-Bluff (ไม่ใช่ Pure Bluff) ด้วยการ Raise เพื่อเอาชนะในเกมนี้

FOLD EQUITY ในเชิงคณิตศาสตร์

ถ้าคุณต้องการเปรียบเทียบในเชิงตัวเลข คุณสามารถเทียบผลเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ โดยใช้ข้อมูลด้านบนคำนวณใน Pokerstove (โปรแกรมคำนวณอัตราการชนะของไพ่)

จากข้อมูลที่คุณมีคือ คู่แข่ง Limp และ Bet เพิ่มเล็กน้อย และเมื่อ Flop คุณเป็น 2/3 Pot บนกระดาน7♠J♣Q♦ คุณคาดว่าเขาอาจจะมี Range ที่กว้างและอ่อนแออย่าง TT-77, KQs, Q9s+, J9s+, T8s+, ATo, KQo, QTo+, JTo, T9o คู่แข่งจึงมีแนวโน้มที่จะ Fold เมื่อคุณ Raise

FOLD EQUITY ในโป๊กเกอร์ทัวร์นาเม้นท์

ในการแข่งทัวร์นาเม้นท์ส่วนมาก Blind จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ Blind เพิ่มขึ้น M Value ของคุณจะลดลง คุณจะต้องพยายาม Steal Blind ให้ได้ ไม่เช่นกันคุณจะอยู่ได้อีกไม่นานและเกมของคุณก็จะจบลง

ถ้าคุณมีหน้าตัก 7 BB ในรอบสุดท้าย (River) ในการแข่งขัน Online Multi-Table Sit-And-Go (เกมที่เริ่มเกมเมื่อคนครบ) ค่าเฉลี่ยของคู่แข่งคือ 15 BB และผู้ที่มีมากที่สุดคือ 30 BB นี่เป็นเวลาที่คุณจะต้องรีบสะสมชิพแล้ว

ในรอบสุดท้ายนี้ คุณมี 2 ทางเลือก Shove (All-In) หรือ Fold

เมื่อไพ่ที่ดีไม่สามารถมาช่วยคุณได้ทันเวลา คุณจึงต้อง Shove ด้วยมูลที่แย่กว่าค่าเฉลี่ยของคู่แข่ง

Shove ไพ่อย่าง 10♥9♥ อาจจะดูไม่ค่อยคุ้มนัก แต่เป้าหมายของคุณคือทำให้คุณแข่ง Fold และโอกาสของคุณขึ้นอยู่กับ Fold Equity ถ้ามันทำให้คุณกำไรได้โดยไม่ต้อง Showdown นั่นคุณจะเป็น 60-40 Dog แต่เมื่อไรที่คุณ All-In แล้วถูก Call ตาม คุณจะกลายเป็น Underdog ไปเลย (ผู้ที่มีโอกาสชนะน้อยมากๆ)

Fold Equity เป็นคอนเซ็ปธรรมดาที่อาจจะไม่ได้เปลี่ยนน้ำเปล่าเป็นไวน์ให้คุณได้ทันทีทุกครั้ง แต่ถ้าคุณเริ่มนึกถึงโอกาสที่น่าจะทำให้คู่แข่ง Fold ไปได้ คุณก็อาจจะพลิกวิกฤตเป็นกำไรได้เช่นกัน

บทความแนะนำ

เมื่อไหร่ที่คุณควรจะ Slow play ถ้าคุณมีไพ่ที่ Strong

เมื่อไหร่ที่คุณควรจะ Slow play ถ้าคุณมีไพ่ที่ Strong โดยทั่วไปแล้วไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะเล่นSlowplay ในแฮนด์ที่ Strong โดยปกติแล้วคุณจะได้เงินมากขึ้นจากการเล่นที่หนักหน่วงและดุดัน แต่บางเวลาหรือบางสถานการณ์นั้นเราควรเล่นแบบ

ตำแหน่งในการเล่นโป๊กเกอร์ มีความสำคัญอย่างไร

ตำแหน่งในการเล่นโป๊กเกอร์ มีความสำคัญอย่างไร หากคุณดูการแข่งโป๊กเกอร์ตามรายการหรือทีวีมาก่อน จะเห็นได้ว่าการเล่นแต่ละครั้ง จะมีผู้เล่น 1 คนอยู่ในตำแหน่งที่ดี หรือเรียกว่า In Position